
ถามว่าอะไรทำให้คอร์เซ็ตอยู่ทรง คำตอบส่วนใหญ่คือโครง โครงสำคัญจริง แต่ทำงานน้อยกว่าที่คนคิด ตัวที่ทำงานคือแพทเทิร์น
โครงกันไม่ให้ผ้ายุบตัวตามแนวยาวของมัน มันไม่ได้สร้างทรง ทรงมาจากการตัดแพนเนลให้แคบที่เอวและกว้างขึ้นทั้งด้านบนและด้านล่าง แล้วเย็บต่อกันจนแผ่นแบนกลายเป็นรูปสามมิติ โครงอยู่ในตะเข็บและทำหน้าที่ตรึงรูปนั้นไว้
แพนเนลผิด เหล็กกี่เส้นก็ช่วยไม่ได้ แพนเนลถูก ใช้โครงน้อยกว่าที่คิด
แพทเทิร์นแพนเนล
คอร์เซ็ตที่มีโครงจริงมักมีหกถึงสิบสองแพนเนลต่อข้าง แพนเนลมากขึ้นหมายถึงตะเข็บมากขึ้น ควบคุมเส้นโค้งได้มากขึ้น และต้นทุนสูงขึ้น
แพนเนลน้อย ผิวเรียบกว่า ทรงนุ่มกว่า เหมาะกับงานที่เน้นความสวยมากกว่าโครงสร้าง
แพนเนลมาก เก็บเอวได้มากกว่า เส้นสวยคมกว่า เพราะทุกตะเข็บคือจุดที่เพิ่มหรือลดความกว้างได้ นี่คืองานคอร์เซ็ตจริง
ตะเข็บเหล่านี้รับแรง งานที่เน้นการเก็บเอวต้องใช้ฝีเข็มที่เหมาะสม ด้ายที่แข็งแรง และมักเก็บริมแบบหุ้มหรือเข้ากุ๊น มากกว่าการโอเวอร์ล็อกธรรมดา
โครง
มีสามชนิด และใช้แทนกันไม่ได้
เหล็กก้นหอย (spiral steel) ขดเหมือนสปริง โค้งได้ทุกทิศทาง จึงตามส่วนโค้งของร่างกายได้โดยไม่หักงอ ใช้กับตะเข็บโค้งช่วงสะโพกและหน้าอก นี่คือสิ่งที่ทำให้คอร์เซ็ตใส่ได้จริง ไม่ใช่ท่อแข็ง
เหล็กแบน (flat steel) โค้งได้ทางเดียวและต้านอีกทาง ใช้ตรงที่ต้องการความแข็ง คือกลางหน้าข้างตัวล็อค และกลางหลังข้างเชือกร้อย ช่วยกันไม่ให้ขอบเปิดโก่งออก
พลาสติก เบา ถูก และจะค่อย ๆ โค้งค้างจากอุณหภูมิร่างกาย เหมาะกับงานทรงนุ่มหรืองานที่ใส่นาน ๆ ครั้ง ไม่เหมาะกับงานที่ต้องรับแรงจริง และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของงานที่ดูดีตอนเป็นตัวอย่างแต่เสียทรงหลังผ่านไปหนึ่งซีซัน
โครงต้องมีปลอก ความยาวของโครงต้องสั้นกว่าปลอกเล็กน้อย และต้องหุ้มปลาย ไม่อย่างนั้นปลายจะทิ่มทะลุเนื้อผ้า
ชั้นผ้า
คอร์เซ็ตที่มีโครงมักมีสามชั้น แต่ละชั้นมีหน้าที่ของตัวเอง
ผ้านอก เป็นอะไรก็ได้ เพราะมันไม่ได้รับแรงโครงสร้าง
ชั้นรับแรง อยู่ตรงกลาง มักใช้ coutil ซึ่งเป็นผ้าฝ้ายทอแน่นมากลายก้างปลา ต้านการยืดทุกทิศทาง หรือจะใช้ผ้าทวิลหนาหรือแคนวาสแทนก็ได้ ชั้นนี้คือสิ่งที่กันไม่ให้คอร์เซ็ตยืดออกเมื่อรับแรง และเป็นชั้นที่ถูกตัดออกเพื่อลดต้นทุนบ่อยที่สุด
ซับใน ติดผิว เรียบ และซักได้
งานที่ทำโดยไม่มีชั้นรับแรง ตอนใหม่จะดูดี และจะยืดออกภายหลัง เพราะผ้านอกกำลังรับแรงที่มันไม่ได้ถูกทอมาเพื่อรับ
การปิด
Busk หน้ากลาง เหล็กสองเส้น ด้านหนึ่งเป็นห่วง อีกด้านเป็นหมุด ทำให้ผู้สวมเปิดได้โดยไม่ต้องแก้เชือก ต้องวางตำแหน่งให้แม่น ไม่อย่างนั้นจะอ้า
เชือกด้านหลัง ร้อยผ่านตาไก่ ตาไก่ต้องมีแผงเสริมด้านหลัง ส่วนใหญ่เป็นชั้นคู่บวกเหล็กแบนขนาบข้างเชือกทั้งสองข้าง ไม่อย่างนั้นตาไก่จะหลุด เป็นจุดเสียที่พบบ่อยและป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นทำแพทเทิร์น
ซิป เร็วและถูกกว่า และปรับขนาดได้น้อยกว่า เหมาะกับงานแฟชั่น และต้องมีโครงข้างซิป ไม่งั้นซิปจะโก่ง
สิ่งที่ควรเช็คกับตัวอย่าง
ใส่แล้วรัดหรือปิดให้สนิท แล้วดูตะเข็บ ตะเข็บย่นแปลว่าโค้งแพนเนลกับโครงขัดกัน
เช็คเทปเอว งานที่มีโครงควรมีเทปไม่ยืดที่แนวเอว เย็บติดกับตะเข็บ เพื่อรับแรงแทนผ้า การไม่มีเทปนี้คือความต่างระหว่างคอร์เซ็ตกับเสื้อตัวที่ตกแต่งคล้ายคอร์เซ็ต
นั่งลงในตัวนั้น ทดสอบที่มีประโยชน์ที่สุดและคนข้ามบ่อยที่สุด ขอบล่างตรงสะโพกคือจุดที่แพทเทิร์นไม่ดีจะบาด
คลำปลายโครงผ่านซับใน ไม่ควรรู้สึกถึง
ใส่หุ่นรัดไว้หนึ่งชั่วโมงแล้วดูอีกที ถ้าขอบด้านที่ปิดโก่งออก แปลว่าเหล็กแบนหายไปหรือสั้นเกินไป
ต้นทุนอยู่ตรงไหน
คอร์เซ็ตใช้ทั้งแพทเทิร์นและแรงงานมาก และทั้งสองอย่างไม่ได้ถูกลงเมื่อจำนวนมากขึ้นเหมือนงานทั่วไป แพทเทิร์นแพนเนลต้องใช้เวลาพัฒนาจริง และการลองตัวครั้งแรกมักไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
การพัฒนานั้นคือตัวสินค้า แบรนด์ที่ตั้งงบไว้สองรอบการลองตัวสำหรับงานที่มีโครง ส่วนใหญ่มักจบที่สาม
Tirarin รับผลิตคอร์เซ็ต ชุดชั้นใน และชุดกระชับสัดส่วน โดยโครงสร้างอยู่ในตัวเสื้อตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การเติมตอนจบ


